วิธีการเช็คเนื้อหาบทความที่ไม่ซ้ำ Unique Content ก่อนนำมาใช้

https://youtu.be/uDEi4K9W8xE

สวัสดีครับท่านผู้มีเกียรติ ที่สละเวลาอันมีค่ามาอ่านบทความของผม สำหรับบทความนี้ก็เว้นระยะมานานมากพอสมควรนานหลายเดือน เพราะผมก็มัวท่องเที่ยวไปเรื่อย จนแอบลืมมาอัพเดทบทความกันเลยทีเดียว สำหรับบทความนี้ก็เป็นบทความสำหรับมือใหม่เช่นเดิม บทความของผมไม่เหมาะกับเทพด้านอินเตอร์เน็ตมาร์เก็ตติ้งนะครับ จะเหมาะกับเด็กแรกเกิดที่สนใจด้านนี้โดยเฉพาะ และเหมาะกับสายที่เน้นคุณภาพ สายขาวๆ เน้นความอึดเป็นหลัก ส่วนเรื่องเสกเงินให้ได้เร็วๆ นั้น ผมไม่ถนัดครับ เพราะทำไม่เป็นและก็ไม่ได้สนใจซะด้วยสิ

บทความนี้ ผมจะมาบอกวิธีเช็คบทความที่ไม่ซ้ำ ไม่คัดลอกใคร จริงหรือไม่ หรือที่เรียกกันว่า “Unique Content” … สำหรับผู้ที่เริ่มต้นในการเขียนบล็อกมาได้สักระยะหนึ่ง มักจะทำการสร้างบล็อกเรื่องราวอื่นๆ เพิ่มเติม เพื่อเป็นการสร้างรายได้เพิ่มขึ้น และสิ่งสำคัญเบื้องต้นก็คือเรื่องของบทความ ที่ควรอย่างยิ่งที่ต้องสดใหม่ ไม่ซ้ำ แม้แต่ตัวผมเอง ก็สร้างบล็อกไปราวๆ 10 บล็อกไปแล้วหล่ะ… ทำไปก็เพลินกันไป แต่ละบล็อกก็เน้นโพสมือล้วนๆ (ไม่แนะนำสำหรับสายไม่อึดนะครับ เพราะมันเหนื่อยมากๆ) ประมาณว่าเน้นวินัยเป็นหลักกันเลยทีเดียว

หลายคนเมื่อเริ่มมีบล็อกมากขึ้น เริ่มมีรายได้เข้ามา เริ่มมีไอเดียสาระพัด แต่ไม่มีเวลา เพราะทำกันไม่ทัน จึงได้เริ่มใช้วิธีการจ้างนักเขียนบทความ เพื่อเขียนบทความให้ ในเรื่องราวที่ตนเองจะนำมาเขียนในบล็อก หรือบางคนอาจจะยังไม่จ้าง ก็จะใช้วิธีดัดแปลงบทความ ไม่ว่าจะเป็นภาษาไทยหรืออังกฤษ ก็สามารถทำกันได้เพื่อไม่ให้ซ้ำกับบทความต้นฉบับ ถ้าบทความซ้ำก็มีโอกาสเกิดยากบนหน้าค้นหาหล่ะครับ

สำหรับท่านที่สนใจบทความและอยากจะซื้อบทความจากนักเขียนลองเข้าไปคุยกันในห้องสนทนา ในเพจ Facebook นี้ดูนะครับ ซื้อขายบทความ (ทั้งนี้ผมไม่มีส่วนได้ส่วนเสียกับเพจนี้นะครับ เพียงแต่ผมได้ใช้บริการมาเท่านั้นเอง)

เริ่มกันเลยวิธีเช็คบทความที่ไม่ซ้ำ หรือ Unique Content ให้เข้าไปที่หน้าเว็บ http://smallseotools.com

 

หน้าเว็บไซต์ smallseotools.com

หน้าเว็บไซต์ smallseotools.com

จากนั้นให้คลิกไปที่ “Plagiarism”

เช็ค unique content

เช็ค unique content

ให้ทำการนำบทความที่ต้องการตรวจสอบมาวางไว้ในช่องว่างได้เลยครับ

เช็ค unique content

เช็ค unique content

จากนั้นเลื่อนหน้าจอลงมาด้านล่าง ทำการใส่รหัส verified ตามที่เราเห็นแล้วคลิกที่ “Check for Plagiarism”

เช็ค unique content

เช็ค unique content

จากนั้น ระบบจะทำการประมวลผล ถ้าบทความไม่ซ้ำ จะขึ้นว่า “100% Unique Content”

เราสามารถใช้ตรวจสอบได้ทั้งบทความภาษาไทยและภาษาอังกฤษเลยนะครับ เป็นวิธีง่ายๆ ที่มือใหม่จะนำไปใช้ได้เกิดประโยชน์ยิ่งขึ้น

และผมก็ได้ลองไป Copy บทความจากเว็บ kapook มาทดสอบ ก็จะปรากฏดังภาพข้างล่าง สีแดงเลยครับว่า “0% Unique Content”

เช็ค unique content

เช็ค unique content

เอาไปลองใช้ดูนะครับ เพื่อบทความของเราจะเป็นบทความที่ใหม่จริงๆ และลดความเสี่ยงในเรื่องลิขสิทธิ์ไปในตัวด้วยครับ

Content is King

Content is King